หงส์ได้ อุลลิเยร์ เป็นพ่อสื่อคว้า เฟกีร์ จากลียง

สื่อเมืองน้ำหอมออกมาเปิดเผยว่า “เชราร์ด อุลลิเยร์” อดีตผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล คือผู้ประสานงานให้การย้ายทีมของ นาบิล เฟกีร์ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส มาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ เป็นไปอย่างราบรื่น

แอร์แอมเซ สื่อดังของประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า เฟกีร์ แข้งวัย 24 ปี ที่มีเชื้อสายแอลจีเรีย ที่มีข่าวจะย้ายไปร่วมทัพหงส์แดงในฤดูกาลหน้านั้น ได้รับการประสานช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากอุลลิเยร์ อดีตผู้จัดการทีมหงส์แดง ซึ่งมารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของประธานสโมสรลียง นั่นเอง

สำหรับ เฟกีร์ ที่เคยรับรางวัลแข้งดาวรุ่งแห่งปีของศึกลีก เอิง เมื่อฤดูกาล 2014-15 ติดทีมชุดใหญ่ของลียง มาตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 จนถึงตอนนี้ ลงเล่นทุกรายการรวม 148 นัด ทำ 55 ประตู นอกจากนี้ยังติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดใหญ่ ไปแล้ว 10 นัด ทำได้ 1 ประตู อีกด้วย

แฟนๆโล่งใจ ท่านเซอร์ฟื้นตัวดี

แฟนลูกหนัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั่วโลกเห็นข่าวนี้คงรู้สึกโล่งใจได้ เมื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสก็อต ฟื้นตัวจากการเข้ารับการผ่าตัดสมองช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว แถมยังสามารถพูดคุยกับคนในครอบครัวได้ขณะอยู่ในความดูแลของแพทย์

ชายผู้พา “ผีแดง” คว้าแชมป์รวมกันทั้งหมด 38 รายการในช่วงเวลาที่เข้าทำงาน ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาล ซัลฟอร์ด รอยัล หลังพบว่ามีอาการเลือดออกในสมองจนต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

การผ่าตัดลุล่วงไปด้วยดี และรายงานล่าสุดที่ได้รับการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทของอดีตกุนซือวัย 76 ปี ก็เผยว่า “เฟอร์กี” สามารถลุกขึ้นมานั่งบนเตียง และพูดคุยกับครอบครัวถึงผลการผ่าตัดได้แล้ว กระนั้นต้องรอการยืนยันจากทางสโมสรและครอบครัวในภายหลัง

“ผลการวินิจฉัยอาการของเขาพบว่าดีขึ้นมาก และเพื่อนสนิทของเขาในวงการฟุตบอล ก็พยายามติดตามความคืบหน้าถึงอาการป่วยของเจ้าตัวอยู่เสมอ” แหล่งข่าวรายหนึ่งจากทางโรงพยาบาล ระบุ

ด้านพลพรรคนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน จะมีโปรแกรมลงสนามทำศึก เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศกับ เชลซี วันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งทุกคนก็วางเป้าจะเอาแชมป์มาเป็นของขวัญแก่ตำนานเลือดสก็อตคนนี้

นักบุญบุกเชือดหงส์ขาว

“นักบุญ” เซาแธมป์ตัน เริ่มมีหวังอยู่รอดศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี แบบหวุดหวิด 1-0 จากประตูของ มาโนโล แก็บเบียดินี หัวหอกชาวอิตาเลียน คืนวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พร้อมเขี่ย เวสต์บรอมวิช อัลเบียน หล่นสู่ เดอะ แชมเปียนชิป อย่างเป็นทางการ

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 นัดตกค้าง ณ สนาม ลิเบอร์ตี สเตเดียม สวอนซี ซิตี (อันดับ 18 : 36 นัด มี 33 คะแนน) ต้อนรับ เซาแธมป์ตัน (อันดับ 17 : 36 นัด มี 33 คะแนน) ซึ่งทั้งคู่ต้องการชัยชนะ เพื่ออยู่รอดบนลีกสูงสุด กรณีเกิดผลแพ้-ชนะ ก็จะขยับหนี เวสต์บรอมฯ (อันดับ 19 : 37 นัด มี 31 คะแนน) เป็น 5 แต้ม

สวอนซี ซิตี คึกคักตามเสียงเชียร์ กว่าจะได้เสียวต้องรอถึงนาที 35 แอนดี คิง ตักโด่งจากกราบขวาให้ ซามูเอล คลูคัส สะบัดกะเสียบเสาไกล หลุดกรอบนิดเดียว ต่อมา เซาแธมป์ตัน ตอบโต้นาที 43 เซดริค โซอาเรส แบ็กขวา หยอดเข้ากลาง โอริโอล โรเมอู เสยไปเสาสองให้ ชาร์ลี ออสติน วอลเลย์ด้วยขวา ตรงตัว ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร

สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมของ คาร์ลอส คาร์วาลฮัน น่าปลดล็อกแบบสุดๆ นาที 47 จอร์แดน อายิว เลื้อยตัดจากริมเส้นด้านซ้าย ตะบันด้วยขวานอกเขต อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี นายทวาร เหินปัดข้ามคาน เข้าสู่นาที 73 “เดอะ เซนต์ส” ขึ้นนำ 1-0 จังหวะเปิดเตะมุมฝั่งซ้ายมาเสาสอง เชน ลอง กับ โอริโอล โรเมอู ช่วยกันโหม่งชงให้ ชาร์ลี ออสติน ตวัดยิงติดเซฟ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี ไม่พ้นอันตราย มาโนโล แก็บเบียดินี ตัวสำรอง ซ้ำจ่อๆ

จบเกม เซาแธมป์ตัน เก็บเพิ่มเป็น 36 แต้ม จาก 37 นัด แซง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ รั้งอันดับ 16 ด้วยผลต่างลูกได้-เสียดีกว่า โดยลงเล่นมากกว่า 1 นัด ขอแค่เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็จะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ สวอนซีฯ มี 33 แต้ม เท่าเดิม รั้งอันดับ 18 ต้องชนะเกมสุดท้าย พบ สโต๊ก ซิตี เพียงสถานเดียว แล้วลุ้นให้คู่แข่งแพ้

รายชื่อ 11 ตัวจริง
สวอนซี ซิตี : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี , อัลฟี มอว์สัน , เฟเดริโก เฟร์นานเดซ , มาร์ติน โอลส์สัน , ไคล์ นอจ์ตัน , แอนดี คิง , คี ซุง ยอง , ซามูเอล คลูคัส , คอนเนอร์ โรเบิร์ตส , อังเดร อายิว , จอร์แดน อายิว

เซาแธมป์ตัน : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี , แจ็ค สตีเฟนส์ , เวสลีย์ ฮูดท์ , แยน เบดนาเร็ก , ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก , โอริโอล โรเมอู , ไรอัน เบอร์ทรานด์ , เซดริค โซอาเรส , ชาร์ลี ออสติน , นาธาน เรดมอนด์ , ดูซาน ทาดิช

ซีดาน คอนเฟิร์ม เจทโด้ ฟิตทันเกมฉะหงส์แน่นอน

ซีเนอดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด ดับความหวังสาวก “เดอะ ค็อป” ยืนยัน คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส จะฟิตทันลงเล่นรอบชิงชนะเลิศ ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก พบ ลิเวอร์พูล ที่ประเทศยูเครน วันที่ 26 พฤษภาคม

โรนัลโด วัย 32 ปี ถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง ศึก ลา ลีกา สเปน นัด “เอล กลาสิโก” ซึ่งเสมอ บาร์เซโลนา อริตลอดกาล 2-2 ที่สนาม คัมป์ นู สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 พ.ค.) เนื่องจากบาดเจ็บข้อเท้า

กุนซือชาวฝรั่งเศส กล่าว “ทุกๆ คนจะพร้อมสำหรับรอบชิงชนะเลิศ คริสเตียโน เป็นคนหนึ่งที่จะต้องพักนานสุด เพราะอาการของเขาเพิ่งเกิดขึ้น 2 วันก่อน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เขาเดินได้ตามปกติ นอกนั้นคงไม่มีใครมีปัญหา เราจะสู้แบบ 150 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถึงวันนั้น”

อดีตนักเตะแพงสุดของโลก 80 ล้านปอนด์ (3.6 พันล้านบาท) จะต้องพักช่วง 2 เกมถัดไป พบ เซบีญา กับ เซลตา บิโก คาดว่าจะกลับมาเคาะสนิมเกมปิดซีซัน พบ บียาร์รีล

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมที่เหลืออยู่เกมลีก ไม่น่าจะสร้างความหนักใจใดๆ แก่ “ราชันชุดขาว” ซึ่งคาดว่าจะจบฤดูกาลดอย่างน้อยอันดับ 3 และต้องลุ้น แอตเลติโก มาดริด ที่มีผลงาน เฮด-ทู-เฮด ดีกว่า ทำคะแนนหลุดมือ หากหวังไต่ขึ้นอันดับ 2

เพื่อนๆร่วมทีมปืนล้วน

อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่ง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เผชิญวิกฤต เพื่อนๆ ออกอาการหมดความอดทนต่อ เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ดีกรีทีมชาติเยอรมัน ซึ่งยืนยันจะไม่รับใช้สโมสร ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2017-18

โอซิล พลาดลงสนามให้ “เดอะ กันเนอร์ส” ตลอด 5 เกมที่ผ่านมา ระดับลีกสูงสุด และปิดเทอมเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บหลัง

อดีตนักเตะ แวร์เดอร์ เบรเมน และ รีล มาดริด กลับมาช่วยทีมศึก ยูฟา ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เลก 2 พบ แอตเลติโก มาดริด แชมป์ 2 สมัย ทว่า โชว์ฟอร์มไม่ออก เป็นเหตุให้ มาร์ติน คีโอว์น ปราการหลังระดับตำนาน วิพากษ์วิจารณ์รุนแรง ไม่คู่ควรสวมยูนิฟอร์มสีแดง – ขาว

คอมเมนต์ของ คีโอว์น กำลังแพร่กระจายทั่วห้องแต่งตัวของ “ปืนใหญ่” ซึ่งไม่ค่อยสบอารมณ์ กรณี จอมแอสซิสต์วัย 29 ปี ถืออภิสิทธิ์เลือกโปรแกรมลงสนามตามความพอใจส่วนตัว

ผลผลิตจากอะคาเดมี ชาลเก 04 ถอนตัวจากแมตช์พบ เบิร์นลีย์ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 พ.ค.) ซึ่งเป็นการทำหน้าที่เกมเหย้าครั้งสุดท้ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส คาดว่าน่าจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม ขุนพล “อินทรีเหล็ก” ชุดแชมป์โลก ปี 2014 ตอบโต้ทาง “ทวิตเตอร์” สื่อสังคมออนไลน์ แสดงความเสียใจที่พลาดแมตช์ดังกล่าว และการันตีแฟนๆ ว่า จะฟิตสมบูรณ์ทันสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

หงส์ช้าไป อลิสสัน เตรียมต่อสัญญาใหม่อยู่โยง โรม่า

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล อาจจะต้องทบทวนแผนการเสริมทัพใหม่อีกครั้ง เมื่อ อลิสสัน เบคเกอร์ นายทวารของโรม่าซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของหงส์แดง เตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดในเร็วๆ นี้

โดยจอมหนึบรายดังกล่าวคือ อลิสสัน เบคเกอร์ ของโรมา ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีมหมาป่าแห่งกรุงโรม และมีข่าวเชื่อมโยงกับหงส์แดงนานกว่า 12 เดือนแล้ว

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า คลอปป์ อาจจะต้องเล็งหานายทวารคนใหม่ เพื่อมาแทนที่ของ ซิมง มิโญเลต์ กับ ลอริส คาริอุส ในช่วงปิดซีซั่น เมื่อ Sky Sport Italia ระบุว่า อลิสสัน หวังที่จะฝากอนาคตระยะยาวเอาไว้ในกรุงโรม และเตรียมต่อสัญญาต่อไปจนถึงปี 2023 เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า มือกาววัย 25 ปีดีกรีทีมชาติบราซิล จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 130,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยเช่นกัน.

ผีเล็งปาดหน้าหงส์ ส่งหนูหมากใส่ข้อเสนอ

เดลี มิร์เรอร์” สื่อดังเกาะอังกฤษตีข่าวว่า “ผีแดง” ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมส่ง อองโตนี มาร์กซิยาล กองหน้าดาวรุ่งเป็นข้อเสนอขอซื้อตัว คริสเตียน พูลิซิช ปีกจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม

โดย มาร์กซิยาล ในวัย 22 ปี ไม่สามารถโชว์ฟอร์มสม่ำเสมอจนทำให้ มูรินโญ ไฟเขียวให้เขาย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ กระทั่งล่าสุดตามรายงานระบุว่า มูรินโญ เตรียมใช้แผนส่งดาวยิงเฟรนช์แมนรายนี้เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อตัว พูลิซิช ซึ่งเป็นเป้าหมายของพวกเขามาร่วมทีม

เป็นที่เข้าใจว่าผีแดงจะแนบ มาร์กซิยาลบวกเงินคว้าตัวดาวเตะวัย 19 ปีชาวมะกัน ที่รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ดอร์ทมุนด์ ต้องการได้ค่าตัวอยู่ที่ 60 ล้านยูโร และสัญญาของเขาจะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า

สำหรับ พูลิซิช ซัดไป 4 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ จาก 31 นัดในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ และตัวเขาก็ได้รับความสนใจจาก “หงส์แดง” ​ลิเวอร์พูล ด้วยเช่นกัน

รูน เตรียมโบกมือลาทอฟฟี

เวย์น รูนีย์ หอกอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ จ่อโยกจาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ร่วมทัพ ดีซี ยูไนเต็ด ลุยศึก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะไม่พอใจบทบาทในทีม

รูนีย์ อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่วมถิ่น กูดิสัน ปาร์ค เมื่อซัมเมอร์ กระนั้นก็ตามแข้งวัย 32 ปี ไม่ปลื้มภายใต้การร่วมงานกับ แซม อัลลาไดซ์ นายใหญ่ เอฟเวอร์ตัน

รูนีย์ เหลือสัญญากับ เอฟเวอร์ตัน ปีเดียว ซึ่งตอนนี้กำลังชั่งใจเกี่ยวกับการย้ายไปเล่นให้ ดีซี ยูไนเต็ด โดยการพูดคุยกับตัวแทนจากสโมสรถิ่นวอชิงตันมีขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หากไม่มีปัญหาก็จะได้ย้ายพอดีกับช่วงตลาดซื้อขายนักเตะของอเมริกาเปิดวันที่ 10 กรกฎาคมนี้

ฤดูกาลนี้ รูนีย์ ซัดในลีกให้ เอฟเวอร์ตัน 10 ประตู ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ทว่ายิงไม่ได้ตั้งแต่ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ระยะหลัง อัลลาไดซ์ ใช้งานในตำแหน่งมิดฟิลด์ ซึ่งเจ้าตัวไม่ค่อยพอใจ

แมนฯยู ยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สร้างความฮือฮาซื้อ รูนีย์ ที่ตอนนั้นอายุ 18 ปี จาก เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2004 ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) โดยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และ ยูโรปา ลีก 1 สมัย

ยูเวนตุส 4-0 มิลาน

“ม้าลาย” ยูเวนตุส คว้าแชมป์ศึก โคปปา อิตาเลีย 2017-18 เอาชนะ “ปิศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ขาดลอย 4-0 จากประตูของ เมดี เบนาเตีย (2) , ดักลาส คอสตา และ นิโกลา คาลินิช (ทำเข้าประตูตัวเอง) ที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก กรุงโรม คืนวันพุธที่ 9 พฤษภาคม

โคปปา อิตาเลีย 2017-18 รอบชิงชนะเลิศ
ยูเวนตุส 4-0 มิลาน

มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เทรนเนอร์ ยูเวนตุส จับ กอนซาโล ฮิกัวอิน นั่งสำรอง วาง มาริโอ มันด์ซูคิช ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ดักลาส คอสตา และ เปาโล ดิบาลา ล่าตาข่าย เอซี มิลาน ที่มี แพทริค คูโตรเน , ซูโซ และ ฮาคาน คัลฮาโนกลู เป็นทีเด็ดแนวรุก

ต่างฝ่ายต่างเน้นรัดกุม ค่อยๆ ลำเลียงบอลหาช่อง เป็น เอซี มิลาน ที่มีลุ้นจะแจ้งกว่าครึ่งแรก นาที 8 ฮาคาน คัลฮาโนกลู ทะลุมาตรงเขตโทษฝั่งซ้าย ชิ่งเข้ากลางคืนให้ แพทริค คูโตรเน แปเน้นๆ จิอันลุยจิ บุฟฟอน นายทวาร ต้องออกแรงเซฟ และนาที 30 ซูโซ ลักไก่ตะบันด้วยซ้ายข้างถนัดนอกเขต บุฟฟอน ตบออกหลัง

สู้กันต่อครึ่งหลัง ยูเวนตุส ฉวยโอกาสจากลูกเซ็ตพีซ ขึ้นนำ 1-0 นาที 56 มิราเล็ม ปานิช เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายให้ เมดี เบนาเตีย เซ็นเตอร์แบ็ก โหม่งเสียบมุมเสาไกล สกอร์ไหลเป็น 2-0 นาที 61 ดักลาส คอสตา สับไกด้วยซ้าย ระยะประมาณ 20 หลา จิอันลุยจิ ดอนนารุมมา นายทวาร รับกระฉอกเข้าประตูตัวเอง

“ยูเว” ตอกฝาโลงสนิท นาที 64 มิราเล็ม ปานิช เปิดเตะมุมฝั่งซ้าย มาริโอ มันด์ซูคิช สะบัดดูเหมือนไม่อันตราย จิอันลุยจิ ดอนนารุมมา ตัดสินใจผิดพลาด ตบบอลลงพื้น กลายเป็นตั้งให้ เมดี เบนาเตีย ชาร์จเผาขน หนีไปเป็น 3-0 จากนั้น แชมป์เก่า ได้รับของขวัญ นาที 76 นิโกลา คาลินิช หัวหอกสำรอง มิลาน สกัดบอลเปิดเตะมุมฝั่งซ้าย เข้าประตูตัวเอง ย้ำชัย 4-0

จบเกม ยูเวนตุส หยิบโทรฟีสมัยที่ 4 ติดต่อกัน และสมัยที่ 13 ของสโมสร แถมยังเข้าใกล้ “ดับเบิล แชมป์” เนื่องจากสถานการณ์ กัลโช เซเรีย อา ทิ้งห่าง นาโปลี รองจ่าฝูง 6 แต้ม เหลือโปรแกรม 2 นัด ขณะที่ เอซี มิลาน ต้องรอความสำเร็จรายการนี้ต่อไป นับตั้งแต่ทำไว้ครั้งล่าสุด ปี 2003

รายชื่อ 11 ตัวจริง
ยูเวนตุส : จิอันลุยจิ บุฟฟอน , อันเดรีย บาร์ซาญี , เมดี เบนาเตีย , ควาโดว อซาโมอาห์ , ฮวน ควาดราโด , แบลส มาตุยดี , ซามี เคดิรา , มิราเลม ปานิช , ดักลาส คอสตา , เปาโล ดิบาลา , มาริโอ มันด์ซูคิช

มิลาน : จิอันลุยจิ ดอนนารุมมา , เลโอนาร์โด โบนุชชี , ริคาร์โด โรดริเกวซ , อเลสซิโอ โรมาโญลี , ดาวิเด คัลดารา , เจียโคโม โบนาเวนตูรา , ฟรองค์ เคสซี , มานูเอล โลคาเตลลี , ซูโซ , ฮาคาน คัลฮาโนกลู , แพทริค คูโตรเน

สิงห์บลู สะดุดเจ๊า ฮัดเดอร์สฟิลด์

“เดอะ เทอร์เรียร์ส” ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ รอดพ้นการตกชั้นจากศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เรียบร้อยแล้ว ยันเสมอ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แบบตื่นเต้นเร้าใจ 1-1 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันพุธที่ 9 พฤษภาคม ส่งผลให้ สวอนซี ซิตี เตรียมหล่นสู่ เดอะ แชมเปียนชิป 99.99 เปอร์เซ็นต์

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
เชลซี 1-1 ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ดร็อป เอเดน อาซาร์ กับ โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ไว้บนม้านั่งสำรอง ส่ง อัลบาโร โมราตา ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน วิลเลียน และ เปโดร ล่าตาข่าย ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ต้องการแค่ 1 แต้ม เพื่อการันตีความอยู่รอด

เชลซี กดดันหนักช่วงแรก น่าปลดล็อกแบบสุดๆ นาที 12 เชส ฟาเบรกัส เปิดเตะมุมฝั่งขวา เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา สะบัดมาเสาสองให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ชาร์จจ่อๆ หลุดกรอบนิดเดียว ถัดมานาที 40 อัลบาโร โมราตา หลุดเดี่ยว แตะหลบ โยนาส ลอสเซิล นายทวาร ถึงสุดเส้นฝั่งซ้าย ตวัดมุมแคบผ่านหน้าประตู

สู้กันต่อครึ่งหลัง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ สร้างเซอร์ไพรส์นาที 50 จากความผิดพลาดของ วิลเลียน เสียบอลแดนกลาง อารอน มอย ทิ้งบอลยาวสวนกลับให้ โลร็องต์ เดอปัวเตร กระดกติดเซฟ วิลลี คาบาเยโร นายทวาร แล้วซ้ำดาบสองง่ายๆ ขึ้นนำ 1-0 อย่างไรก็ตาม “เดอะ บลูส์” ทวงคืนแบบมีโชคช่วยนาที 61 ดาวิเด ซัปปาคอสตา วิงแบ็กฝั่งขวา จ่ายเรียดเข้ากลาง ซานกา เคลียร์อัดหน้า มาร์กอส อลอนโซ ซุกก้นตาข่าย เสมอกัน 1-1

บดอยู่นาน “สิงโตน้ำเงินคราม” พลาดโอกาสทองนาที 83 จังหวะบอลชุลมุนหน้าประตู อันเดรียส คริสเตนเซน โหม่งแบบเผาขน โยนาส ลอสเซิล เหยียดปัดปลายมือชนเสา จบเกม เชลซี เก็บเพิ่มเป็น 70 แต้ม จาก 37 นัด รั้งอันดับ 5 จี้ติด ลิเวอร์พูล 2 แต้ม ขณะที่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ ขยับเป็น 37 แต้ม ห่างโซนตกชั้น 4 แต้ม ทำให้ สวอนซี ซิตี ต้องชนะ สโต๊ก ซิตี แบบถล่มทลาย แล้วลุ้นให้ เซาแธมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี แบบเละเทะเช่นกัน ตามผลต่างลูกได้-เสียที่ห่างกันอยู่ 9 ลูก

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เชลซี : วิลลี คาบาเยโร , อันเดรียส คริสเตนเซน , อันโตนิโอ รูดิเกอร์ , เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา , เอ็น’โกโล ก็องเต , เชส ฟาเบรกัส , มาร์กอส อลอนโซ , ดาวิเด ซัปปาคอสตา , อัลบาโร โมราตา , เปโดร , วิลเลียน

ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ : โยนาส ลอสเซิล , คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์ , เทอเรนซ์ คองโกโล , ซานกา , คริส เลิฟ , ทอมมี สมิธ , โจนาธาน ฮ็อกก์ , อารอน มอย , ฟิลิป บิลลิง , โลร็องต์ เดอปัวเตร , ราจีฟ ฟาน ลา ปาร์รา

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18 ประจำวันพุธที่ 9 พฤษภาคม
เลสเตอร์ฯ 3-1 อาร์เซนอล
[1-0 เคเลชี อิเฮียนาโช น.14 , 1-1 ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง น.53 , 2-1 เจมี วาร์ดี (จุดโทษ) น.76 , 3-1 ริยาด มาห์เรซ น.90]

แมนฯ ซิตี 3-1 ไบรจ์ตันฯ
[1-0 ดานิโล น.16 , 1-1 เลโอนาร์โด อุลลัว น.20 , 2-1 แบร์นาร์โด ซิลวา น.34 , 3-1 แฟร์นันดินโญ น.72]

สเปอร์ส 1-0 นิวคาสเซิลฯ
[1-0 แฮร์รี เคน น.50]